
หัวข้อ: การลดลงของความมั่งคั่งของ Elon Musk และความท้าทายของ SpaceX ในตลาดหุ้น
คำสำคัญ: Elon Musk, ความมั่งคั่ง, SpaceX, ภาวะหุ้นตก, การขายชอร์ต, ตลาดหุ้นโลก
บทนำ
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โลกการเงินต้องจับตามองการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของความมั่งคั่งของ Elon Musk หลังจากที่ราคาหุ้นของ Tesla และ SpaceX ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้มูลค่าสุทธิของมหาเศรษฐีผู้นี้ลดลงต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2024 แม้ Musk จะยังคงเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่การลดลงของความมั่งคั่งครั้งนี้สะท้อนถึงความผันผวนของตลาดหุ้นและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง
จากข้อมูลของ Forbes ณ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2025 มูลค่าสุทธิของ Musk อยู่ที่ 970.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งลดลงจากจุดสูงสุดที่เคยเกิน 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงต้นเดือนนี้ การลดลงนี้เกิดจากปัจจัยหลายประการ โดยเฉพาะการขายหุ้นจำนวนมากในตลาดหุ้นโลกและการปรับฐานของหุ้นเทคโนโลยี รวมถึงการเพิ่มขึ้นของแรงกดดันจากนักลงทุนที่ขายชอร์ตหุ้น SpaceX
การลดลงของความมั่งคั่งของ Musk: ปัจจัยและผลกระทบ
การที่ Musk สูญเสียสถานะมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์สหรัฐ (trillionaire) ชั่วคราวนี้ไม่ได้หมายความว่าเขาจะสูญเสียความเป็นอันดับหนึ่งในฐานะบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก เนื่องจากอันดับสองคือ Larry Page ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ซึ่งมีมูลค่าสุทธิประมาณ 284 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ตามข้อมูลของ Forbes ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้แสดงให้เห็นว่า Musk ยังคงมีทรัพย์สินมหาศาลถึง 3.4 เท่าของ Page
อย่างไรก็ตาม การลดลงของความมั่งคั่งครั้งนี้มีสาเหตุสำคัญมาจากการปรับตัวลดลงของราคาหุ้น SpaceX ซึ่งเป็นบริษัทที่ Musk ถือหุ้นส่วนใหญ่ SpaceX เพิ่งเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2025 โดยราคาหุ้น IPO อยู่ที่ 135 ดอลลาร์สหรัฐ และพุ่งขึ้นไปถึง 225.64 ดอลลาร์สหรัฐในวันแรก ๆ ก่อนที่จะปรับตัวลดลงประมาณ 30% ในการเทรดวันพุธที่ผ่านมา การปรับตัวลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระแสการขายหุ้นทั่วโลกที่ส่งผลกระทบต่อหุ้นเทคโนโลยีโดยรวม
นอกจากนี้ ราคาหุ้น Tesla ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน แม้จะไม่รุนแรงเท่ากับ SpaceX แต่การลดลงของทั้งสองบริษัทก็ทำให้มูลค่าทรัพย์สินของ Musk ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากความมั่งคั่งของ Musk ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบของหุ้นและสิทธิ์ในหุ้น ไม่ใช่เงินสดที่พร้อมใช้ ดังนั้นเมื่อราคาหุ้นลดลง มูลค่าสุทธิของเขาก็ลดลงตาม
การเพิ่มขึ้นของแรงกดดันจากนักลงทุนที่ขายชอร์ต SpaceX
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาหุ้น SpaceX คือการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการขายชอร์ต (short selling) จากข้อมูลของ Ortex Technologies บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลตลาดพบว่า สัดส่วนของหุ้น SpaceX ที่ถูกขายชอร์ต (short interest) เพิ่มขึ้นจาก 8% ในวันก่อนหน้าเป็น 13% ในวันพุธ ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มขึ้นที่รวดเร็วมากเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่หุ้นเพิ่งเข้าจดทะเบียนเพียงไม่กี่สัปดาห์
Peter Hillerberg ผู้ร่วมก่อตั้ง Ortex กล่าวว่า “อัตราการเพิ่มขึ้นของความสนใจในการขายชอร์ต SpaceX นั้นน่าทึ่งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อหุ้นเพิ่งเข้าตลาดไม่นาน” การเพิ่มขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทรดเดอร์จำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ คาดว่าราคาหุ้นจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญในอนาคตอันใกล้
อย่างไรก็ตาม การขายชอร์ต SpaceX ไม่ใช่เรื่องไร้ความเสี่ยง แม้ว่ามูลค่าที่สูงของบริษัทจะทำให้เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ขายชอร์ต แต่ Musk ก็มีประวัติการต่อสู้กับนักลงทุนที่ขายชอร์ตอย่างเปิดเผย ตัวอย่างเช่น การต่อสู้กับนักลงทุนที่ขายชอร์ต Tesla ในอดีตที่ Musk ใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อกดดันให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้น ทำให้เกิดการบีบตัวของนักลงทุนที่ขายชอร์ต (short squeeze) นอกจากนี้ ความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบันยังเพิ่มความเสี่ยงให้กับการขายชอร์ตอีกด้วย
ข้อมูลจาก Ortex ยังชี้ให้เห็นว่าสัดส่วนของหุ้น SpaceX ที่ถูกยืมเพื่อขายชอร์ต (short demand relative to available supply) อยู่ที่ประมาณ 1% ซึ่งลดลงจากระดับสูงสุดที่เคยถึง 14% ในช่วงที่หุ้นเข้าตลาดใหม่ ๆ ขณะเดียวกัน สัดส่วนของหุ้นที่ถูกยืมแล้วเมื่อเทียบกับหุ้นที่พร้อมให้ยืม (utilization) อยู่ที่ประมาณ 39% เพิ่มขึ้นจากระดับ 30% ในสัปดาห์ก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่ายังมีหุ้นให้ยืมเพียงพอสำหรับการขายชอร์ตเพิ่มเติม
แนวโน้มในอนาคต: ความเสี่ยงและโอกาส
แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะดูท้าทายสำหรับ Musk และ SpaceX แต่ก็มีปัจจัยที่อาจทำให้ราคาหุ้นฟื้นตัวได้เร็ว เนื่องจาก Musk ส่วนใหญ่ถือหุ้นในรูปแบบที่ไม่ใช่เงินสด การปรับตัวขึ้นของราคาหุ้น Tesla หรือ SpaceX เพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้เขากลับมาเป็นมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์สหรัฐได้อีกครั้ง
นอกจากนี้ การที่มีหุ้น SpaceX จำนวนจำกัดในตลาด (circulating shares) ยังเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดการบีบตัวของนักลงทุนที่ขายชอร์ต หากราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นด้วยสาเหตุใดก็ตาม ปัจจุบันจำนวนหุ้นที่ถูกขายชอร์ตอยู่ที่ประมาณ 83 ล้านหุ้น ในขณะที่ปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ประมาณ 270 ล้านหุ้น ดังนั้นหากเกิดแรงซื้อที่รุนแรง นักลงทุนที่ขายชอร์ตอาจถูกบีบให้ต้องซื้อหุ้นคืน ส่งผลให้ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Ortex ยังแสดงให้เห็นว่านักลงทุนที่ขายชอร์ตยังคงมีช่องว่างในการเพิ่มสถานะ เนื่องจากยังมีหุ้นให้ยืมจำนวนมาก ดังนั้นแนวโน้มระยะสั้นของราคาหุ้น SpaceX ยังคงถูกกดดันจากแรงขายชอร์ตและความไม่แน่นอนของตลาดหุ้นโลก
บทสรุป
การลดลงของความมั่งคั่งของ Elon Musk ต่ำกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงความผันผวนของตลาดหุ้นและความเสี่ยงเฉพาะของบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูง แม้ว่า Musk จะยังคงเป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก แต่สถานะมหาเศรษฐีพันล้านดอลลาร์สหรัฐของเขายังคงเปราะบาง ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น Tesla และ SpaceX
การเพิ่มขึ้นของแรงกดดันจากนักลงทุนที่ขายชอร์ต SpaceX เป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความไม่แน่นอนให้กับราคาหุ้นในระยะสั้น แต่อย่างไรก็ตาม ความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน ประกอบกับประวัติการต่อสู้ของ Musk กับนักลงทุนที่ขายชอร์ต อาจทำให้เกิดการบีบตัวของราคาหุ้นในอนาคต
ในท้ายที่สุด ความมั่งคั่งของ Musk อาจกลับมาสู่ระดับ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอีกครั้ง หากตลาดหุ้นฟื้นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหาก Tesla และ SpaceX สามารถแสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาสถัดไป แต่อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีจะยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
ข้อควรระวังด้านลิขสิทธิ์: บทความนี้เป็นข้อมูลต้นฉบับของ ThaiDivi กรุณาติดต่อเราสำหรับการขออนุญาตเผยแพร่ซ้ำ